วิธีการแทงพนันคริกเกต

กีฬาคริกเก็ต ( Cricket Sport)  อีกหนึ่งกีฬามันส์ ๆที่มีความเป็นมากว่า 400 ปี   กีฬานี้มีอะไรที่น่าค้นหามากมายจริง ๆ ครับ และในคราวนี้เองผมจะพาเพื่อน ๆไปรู้จักกีฬาชนิดนี้ว่ามีความน่าสนใจอย่างไร และรวมถึงสอนวิธีการแทง แทงยังไงให้เงิน หากพร้อมแล้วก็มาดูเลยกันครับ

ความเป็นมาและความนิยมกีฬาคริกเก็ต

ความเป็นมากีฬาคริกเก็ต จากหลักฐานที่มีอยู่ คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นราว ๆ ในปี ค.ศ. 1550 โดยเล่นครั้งแรกกันที่ในประเทศอังกฤษ  จากนั้นก็เริ่มแพร่หลายไปนิยมเล่นกันยังประเทศอื่น ๆแทบเกือบทุกมุมของโลก อย่างถ้าจะเอาชัด ๆเลย ก็ต้องในประเทศอินเดียที่คริกเก็ตนั้นสุดจะนิยมมาก ๆ คนที่นั่นเขาเปรียบกีฬาชนิดนี้ดั่งว่าเป็นกีฬาประจำชาติก็ว่าได้

ซึ่งคริกเก็ตก็ถือว่าเป็นกีฬาเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์และน่าเล่นมาก ๆไม่แพ้กีฬาฟุตบอลเลยครับ ไม่ว่าจะทั้งตัวของผู้เล่น หรือแม้แต่ผู้ชมอย่างเรา ๆก็เข้าถึงความสุขจากการดูคริกเก็ตกันได้ทั้งนั้น แถมกีฬานี้ยังไม่จำกัดว่าจะต้องมีฐานะชนชั้นใด ทุกคนสามารถเล่นกันได้ไม่ผิด หากมีพื้นที่เพียงพอต่อการเล่น

เพราะหากมองย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1890 ในยุคที่กีฬาคริกเก็ตเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก ในช่วงเวลานั้นตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5    โดยเหตุที่ประเทศไทยเราเริ่มรู้จักกีฬาคริกเก็ตนี้ ก็ล้วนแล้วถูกนำเอาเข้ามาจากชาวบ้านชาวเมืองธรรมดาทั่วไป จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านทรงโปรดปรานกีฬาคริกเก็ตและก็ทรงนำเอากลับไปเล่นกันในพระราชวังตามทีหลัง

จนกระทั่ง ในปีค.ศ. 1971 ไทยเราก็ได้มีการจัดแข่งขันคริกเก็ตอย่างเป็นทางการขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพ จากนั้น และก็เริ่มถูกเผยแพร่ไปยังจังหวัดอื่น ๆครับ   จนได้เกิดสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550  และในปี พ.ศ.2558 ได้แก้ไข ชื่อใหม่เป็น สมาคมกีฬาคริกเก็ตแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่นั้นตราบจนปัจจุบันนี้ครับ   ติดตามความน่าสนใจของกีฬาคริกเก็ตเพิ่มเติมได้ที่ ประวัติความเป็นกีฬาคริกเก็ต

กติกาการเล่นคริกเก็ต

การเล่นกีฬาคริกเก็ตจะเล่นกันบนสนามคริกเก็ตที่มีรูปร่างลักษณะเป็นรูปวงลี  มีขนาดความกว้าง 3.05 และยาว 20.12 เมตร พื้นสนามส่วนใหญ่จะเป็นหญ้าคล้าย ๆกับสนามฟุตบอล และจะมีเส้นสีขาวรอบ ๆ ขีดเป็นเส้นบ่งบอกถึงขอบเขตสนามครับ   และส่วนของตรงกลางสนามจะมีลานสีเหลี่ยมผืนผ้า เป็นโซนที่ผู้เล่นมีไว้ขว้างและตีลูก

ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นคริกเก็ตหลัก ๆ มี ดังต่อไปนี้

–  เครื่องป้องกันสีข้าง

– เครื่องป้องกันหน้าแข้ง

– กระจับ

– ถุงมือ Creeper

การเล่นคริกเก็ตในหนึ่งแมทช์จะแบ่งการเล่นออกเป็นสองช่วง เป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ทีม แต่ละทีมจะส่งผู้เล่นลงแข่งขันกันฝั่งละ 11 คน แบ่งเป็นทีมรับ และทีมตี  โดยทีมตีจะได้เป็นฝั่งที่ทำคะแนนก่อนทีมรับ  แต่ก่อนที่จะเริ่มแข่งขันกันนั้นกัปตันทีมทั้งสองทีมจะต้องมาทำการเสี่ยงทายเลือกหัวก้อย เพื่อเลือกว่าทีมใดจะเลือกเป็นฝั่งที่ได้เล่นก่อน และสามารถเลือกได้อีกด้วยว่าจะเล่นเป็นทีมรับหรือทีมตีครับ

จากนั้นเมื่อเลือกฝั่งแล้วนั้น หากทีมไหนที่ได้เลือกก่อน สมมุติว่าเลือกเป็นทีมตี ในการจัดวางตำแหน่งของทีมตี ก็เลือกมาเพียงแค่ ผู้เล่น 2 คนมาลงบนสนาม ส่วนทีมตรงข้ามที่เป็นทีมรับก็จะลงเล่นกันหมดทั้ง 11 คน  นอกจากนี้ในสนามยังมีกรรมการผู้ตัดสินอยู่อีก 2 คนครับ

ในส่วนผู้เล่นแต่ละคนก็จะมีตำแหน่งและหน้าที่การเล่นที่แตกต่างกันไป อันได้แก่ ดังต่อไปนี้

– ผู้ตี  ( Batter)  มีหน้าที่ตีลูกบอลเพื่อทำคะแนน สามารถจะทีไปตีทีใดก็ เมื่อตีโดนลูกเสร็จแล้วก็จะต้องวิ่งไปยังเส้นปลอดภัยของอีกฝั่งให้ได้ก่อนที่ทีมรับจะสามารถรับลูกนั้นแล้วโยนกลับมาได้  ซึ่งในสนามนั้นจะมีแบทเทอร์อยู่ 2 คน  คนแรกยืนอยู่ที่เส้นปลอดภัย หรือที่เรียกว่า เส้น Wicket Keeper  ส่วนผู้ตีคนที่ 2 จะยืนอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้าย หรือ ฝั่งขวาของผู้ตีคนแรก   ในกรณีนี้ถ้าหากว่าทีมฝ่ายรับโยนลูกคริกเก็ตกลับมาได้ ผู้ที่ตีลูกคริกเก็ตคนนั้นก็จะต้องออกจากสนามเพื่อเปลี่ยนคนอื่นเข้ามาเล่นแทน และก็ไม่สามารถกลับมาตีได้อีก

– ผู้ขว้าง (Bowler)  คือ จะเป็นผู้เล่นในทีมรับ มีหน้าที่ขว้างลูกคริกเก็ต ซึ่งจะยืนอยู่หลังเส้น Wicket  ส่วนจุดประสงค์ในการเขวี้ยงลูกนั้น ก็คือ เขวี้ยงเพื่อทำลาย Wicket ให้ผู้ตีไม่สามารถเล่นในสนามต่อไปได้ แต่ในการขว้างบอลนั้นจะต้องไม่ให้เป็นอันตรายแก่ผู้ตี  และต้องเขวี้ยงออกไปแบบไม่ให้เสีย เพราะถ้าขว้างออกไปเสีย 1 ครั้ง ก็จะเท่ากับถูกหักไป 1 คะแนน  และคะแนนนั้นก็จะตกไปอยู่กับทีมตีครับ

– ผู้รับ (Fielders)    เป็นตำแหน่งผู้เล่นทั้ง 9 คน ในทีมรับ สามารถจะยืนอยู่ที่ใดก็ได้บนสนาม ยกเว้นในโซน

– ผู้รักษาลูกคริกเก็ต (Wicket Keeper)  เป็นผู้เล่นในทีมรับ  ยืนอยู่หลัง Wicket  ฝั่งเดียวกันกับผู้ตีคนแรก

ทำหน้าที่คอยรับ หยุด บอล ที่ถูกขว้างออกมาจากผู้ขว้างที่ผู้ตี ตีไม่โดน หรือ ตีพลาด ซึ่งในการจะได้คะแนนจากการรับนั้น ก็จะเกิดขึ้นเมื่อผู้รักษารับลูกคริกเก็ตได้ก่อนที่ลูกบอลนั้นจะตกลงพื้น หรือ สามารถรับได้ก่อนที่ผู้ตีจะวิ่งถึงเขตปลอดภัยครับ

และในเวลานี้เอง คริกเก็ต ก็ไม่ได้เป็นเพียงกีฬาระดับชาติที่แข่งขันกันเพื่อหาทีมแชมป์เท่านั้น ซึ่งถ้าหากคุณเป็นนักพนันจะรู้ดีเลยว่า กีฬาไหน ๆที่เป็นที่นิยมฉันใด ก็จะต้องถูกเอามาบรรจุอยู่ในโหมดพนันกีฬาออนไลน์ฉันนั้น ซึ่งหากใครที่ยังไม่ได้ลอง ก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหน สามารถกดคลิกเข้าไปที่ตรงนี้เพื่อเข้าร่วมลุ้นรับเงินรางวัลกับการเดิมพันพนันคริกเก็ตออนไลน์ได้เลยครับ

วิธีการแทงพนันคริกเก็ต

   หน้าต่างการเดิมพันพนันคริกเก็ตก็จะมีลักษณะคล้ายกับพนันกีฬาทั่วไปเลยครับ จะมีชื่อทีมการแข่งขันระบุไว้อย่างชัดเจน จะว่าไปก็เหมือนกับหน้าต่างพนันเบสบอลอยู่บ้าง ส่วนรูปแบบที่เปิดให้เพื่อน ๆเลือกเดิมพันนั้นมีอยู่หลายแบบด้วยกัน อันมีดังนี้

– แบบแฮนดิแคพ   เป็นการเดิมพันในลักษณะที่หาทีมที่จะเป็นทีมผู้ชนะของแมทช์นั้น ๆ และจะมีอัตราค่าน้ำกำกับอยู่ที่หลังชื่อทีมครับ ซึ่งถ้าหากคุณแทงถูกคุณก็จะได้รับเงินรางวัลจากการคูณด้วยค่าน้ำที่กำกับไว้ในตอนแรก

– แบบมิกซ์พารเลย์  เป็นการเดิมพันแบบสเต็ป คุณสามารถเลือกทีมที่ชอบมาลงเดิมพันได้ตั้งแต่ 3 คู่ขึ้นไป

– ทายผลที่ตำแหน่งผู้เล่น   เป็นการทายผลของผู้เล่นทั้ง 11 คน ทั้งตำแหน่งผู้ตีลูก และผู้ขว้างลูกซึ่งหากคุณเลือกแทงในรูปแบบนี้จะต้องเลือกแทงผู้เล่นสามารถทำคะแนนจากการตีลูก และขว้างลูกได้สูงที่สุดถึงจะได้รับเงินรางวัลครับ

สิ่งที่คุณควรรู้ในการเดิมพันพนันกีฬาคริกเก็ต

– การเดิมพันในแบบแฮนดิแคพจะตัดสินและจ่ายเงินเมื่อการแข่งขันจบลงทั้ง 2 อินนิ่ง แต่ถ้าว่าเกมการแข่งขันนั้น ๆถูกชะงักหยุดลงไปแบบกะทันหัน หรือ ถูกยกเลิกในแบบที่ไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ บิลการเดิมพันของคุณทั้งหมดนั้นทางเว็บจะถือให้ว่าเป็นโมฆะทันที

– ในส่วนการเดิมพันในแบบทายผลตำแหน่งผู้เล่น ทางเว็บจะนับเฉพาะแค่รายชื่อผู้เล่นตัวจริง 11 คนแรกเท่านั้น จะไม่นับรวมถึงผู้เล่นที่เปลี่ยนเข้ามาใหม่ครับ ในส่วนนี้หากคุณเลือกเดิมพันไปยังผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในข้อกำหนดเหล่านี้ บิลการเดิมพันของคุณชุดนั้นจะถือว่าเป็นโมฆะครับ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*