รู้หรือไม่ว่า “ไพ่” ที่เราใช้เล่นพนันกัน มีความเป็นมาอย่างไร

เคยสงสัยมั้ยครับว่า ไพ่ นั้น มีประวัติความเป็นมายังไง   ผมเองเป็นอีกคนที่อยากรู้เรื่องราวพวกนี้มากๆ  จนได้ไปศึกษาค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาแล้วบ้าง และก็อยากจะมาเผยแพร่ให้เพื่อน ๆได้ทราบโดยทั่วกันครับ      ซึ่ง  “ไพ่”  ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็จะเป็นไพ่ที่เราใช้เล่น ป๊อกเด้ง บาคาร่า แบล็คแจ็ค เก้าเก สลาฟ ดัมมี่ นั่นเองครับ

ความเป็นมา และความนิยมของไพ่

อันที่จริงแล้วประวัติความเป็นมาของไพ่  ก็ยังไม่มีอะไรที่ยืนยันได้แน่ชัดว่ามีจุดเริ่มต้นถือกำเนิดมากจากที่ใด และก็ไม่ยังทราบได้ว่าใครเป็นผู้คิดค้น บ้างก็เล่าว่ามาจากประเทศจีน บ้างก็ว่ามาจากดินแดนอียิปต์โบราณ   ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ทั้งนั้นครับ    แต่สิ่งที่ทำให้พอทราบได้ว่าไพ่ พวกนี้เริ่มนิยมเล่นกันที่ใด ก็จะอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 หรือประมาณปี พ.ศ. 1377 ครับ

ซึ่งจากข้อมูล ประวัติศาสตร์ของไพ่  (เข้าไปอ่านได้ที่นี่)  ได้เขียนไว้ว่าไพ่ชนิดนี้เริ่มได้เป็นรู้จักกันและมีผู้คนเริ่มนำมาใช้มากขึ้นกันตามเมืองใหญ่ในแถบยุโรปครับ แต่ในสมัยนั้นไพ่ก็ถือเป็นสิ่งที่สามารถจับได้ต้องได้ยาก และยังถูกควบคุมด้วยกฎข้อห้ามต่าง ๆไว้อีกด้วย เนื่องก็เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วไพ่พวกนี้จะเล่นกันเฉพาะผู้มียศฐานะสูง หรือลูกขุนลูกนายกันเท่านั้น และวิธีการผลิตก็ทำยากต้องทำด้วยมือ กว่าจะสลักรูป สลักดอก ก็ต้องใช้ฝีมือประกอบกับเวลาที่ค่อนข้างยาวนานพอสมควร

แต่ดอกบนหน้าไพ่อย่างพวก ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพแดง โพดำ ที่อยู่บนหน้าไพ่ ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจากตะวันออกกลางครับ ซึ่งในตะวันออกกลางก็จะมีประเทศ อียิปต์ อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย นั่นเอง แต่เดิมทีนั้นยังไม่ได้ใช้สัญลักษณ์แบบทุกวันนี้หรอกครับ  ในตอนนั้นจะใช้พวก เหรียญ ถ้วย ดาบ กระบอง  และรูปแบบของดอกบนหน้าไพ่ก็ยังไม่ได้ใช้เหมือนกัยทุกที่นะครับ  แต่ละแห่งก็จะมีรูปแบบที่ต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแต่ละที่ก็อาจจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น

– ในประเทศเยอรมัน จะเน้นพวกรูปหัวใจ ระฆัง และลูกโอ้ตครับ

– ในประเทศอิตาลี  จะใช้รูป พระราชา (King)  พระราชินี (Queen) อัศวิน (Knight) และตัวโกง (Knave) ครับ

– ในประเทศฝรั่งเศส จะใช้รูป จอก หัวใจ กระบอง และเพชร

เวลาต่อมา ไพ่ เริ่มนิยมแพร่หลายมาก ๆต่อทุกชนชั้น  เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้เริ่มมีผู้คนหันมาผลิตไพ่มากขึ้น มีการเปิดโรงงานผลิตไพ่ขึ้นมา จากแต่ก่อนไพ่เป็นงานฝีมือที่ใช้มือในการสร้างสรรค์ออกแบบ ก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรแทน ทำให้ปั๊มไพ่ได้ไวตรงต่อความต้องการมากขึ้นครับ

จนในศตวรรษที่ 20  ได้มีชาวฝรั่งเศสกำหนดออกแบบให้ไพ่มีรูปแบที่แตกต่างไปจากเดิม ด้วยการเพิ่มลวดลายและสัญลักษณ์ต่าง ๆเข้าไปอยู่บนตัวไพ่ให้ดูมีมิติที่สวยงามมากกว่าการทำการจากมือครับ  อีกทั้งยังทำให้ดอกต่าง ๆมีขนาดที่เท่ากันอีกด้วย  นอกเหนือไปกว่านั้นได้กำหนดให้ไพ่ 1 สำรับ มี 52 ใบ ครับ

ความหมายของไพ่และดอกต่าง ๆ

สำหรับสัญลักษณ์ที่พูดถึง ก็ คือ ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพแดง และโพดำนั่นเองครับ ซึ่งสัญลักษณ์พวกนี้ก็ถูกดัดแปลงพัฒนามาจากพวกรูป กระบอง รูปเหรียญ รูปถ้วย รูปดาบ ตามแบบเก่าๆ ที่เคยมีมาครับ  ส่วน ไพ่ J  ไพ่ Q ไพ่ K  นั้นว่ากันว่า ออกแบบมาจากไพ่ของพวกชาวอิตาเลียนในประเทศอิตาลีครับ    สำหรับความหมายของไพ่และดอกพวกนี้ ก็มีหลายความหมาย ดังนี้

ไพ่ Jack                                     มีความหมายว่า     ชายหนุ่ม

ไพ่ Queen                                  มีความหมายว่า    หญิงสาว

ไพ่ King                                    มีความหมายว่า     ชายสูงวัย

ดอกจิก (Clubs)                         มีความหมายว่า     ความรู้ วัยผู้ใหญ่  ฤดูใบไม้ร่วง

ข้าวหลามตัด (Diamonds)         มีความหมายว่า     เงินทอง  ทรัพย์สมบัติ วัยรุ่นหนุ่มสาว   ฤดูร้อน

โพแดง (Hearts)                        มีความหมายว่า     ความรัก  เด็กวัยเยาว์  ฤดูใบ้ไม้ผลิ

โพดำ   (Spades)                       มีความหมายว่า     ความตาย คนแก่วัยชรา  ฤดูหนาว

ดอกเป็นสีแดง                          มีความหมายว่า     ช่วงเวลากลางวัน

ดอกที่เป็นสีดำ                          มีความหมายว่า     ช่วงเวลากลางคืน

นอกเหนือจากนี้ ไพ่ ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ไพ่ 1 สำรับ เนี่ยมันจะมีอยู่ทั้งหมด 52 ใบ ใช่มั้ยครับ และถ้าแบ่งย่อยออกไปอีกก็ได้จะได้ดอกที่เป็นสีแดง 26 ใบ และดอกที่เป็นสีดำอีก 26 ใบ ซึ่งหากคุณลองมองและพิจารณาให้ดีทั้งหมดนี้ก็แฝงไปด้วยความหมายดังว่า โลกของเรานั้นมี 2 ด้าน นั่นเองครับ และเพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆเลยนะครับ โลกของเราก็จะแบ่งได้เป็นสองส่วน คือ ฝั่งตะวันตกและตะวันออก  และ ช่วงกลางวัน กลางคืน สุดท้ายก็คงจะเป็น ความดี และความชั่วครับ

อีกแง่หนึ่ง ไพ่ 1 สำรับ เมื่อรวมแต้มของตัวเลขไพ่ทุกใบนั้นก็จะได้ทั้งหมด 364 แต้ม (ยังไม่รวมไพ่ Joker)  แต่ถ้าหากเราลองนับไพ่โจ้กเกอร์ที่มีค่า 1 แต้มเข้าไปด้วยอีก 2 ใบ ก็จะเท่ากับ 366 แต้ม ซึ่งนั่นก็หมายถึงจำนวนวันบนโลกเราหรือที่เรียกว่า ปีอธิกสุรทิน นั่นเองครับ   และนอกจากไพ่พวกนี้เป็นอุปกรณ์ที่เอามาเล่นพนันโดยตรงแล้วนั้น  ยังมีการนำมาใช้เพื่อทำนายดูดวงชะตา  และนำไปเล่นมายากล ตลอดจนเกมอื่น ๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพนันอีกมากมายเลยครับ

เมื่อตะกี้ผมได้พูดถึงไพ่ โจ๊กเกอร์ ไป ในส่วนนี้ก็อยากบอกเพื่อน ๆเพิ่มเติมไว้เป็นเกร็ดความรู้ ถึงความหมายของไพ่โจ๊กเกอร์ครับ   ซึ่งความหมายของไพ่รูปแบบนี้ก็น่าจะหมายถึง ตัวแทนของความสุขสนุกสนาน โดยเป็นไพ่ที่ถูกคิดค้นโดยชาวอเมริกัน และเพิ่มเข้ามาบรรจุในสำรับไพ่ในปี ค.ศ.1860 ครับ

และเพื่อน ๆคงจะพอทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม่ค่อยมีเกมพนันใดเลย ที่นำไพ่ชนิดนี้มาเล่น แต่รู้หรือไม่ครับว่า มีอยู่เกมหนึ่งครับ เกมนี้มีชื่อว่า Euchre  หรืออ่านว่า ยูเคอร์  เป็นเกมพนันเก่าแก่ของชาวเยอรมัน ที่ใช้ไพ่ Joker เป็นไพ่ที่มีแต้มสูงสุดของเกมครับ

กว่าจะมาเป็นไพ่มาตรฐานสากลที่สมบูรณ์แบบอย่างทุกวันนี้ได้  เห็นไหมว่ามีประวัติความเป็นมาและความหมายที่สนใจมาก ๆเลย    และเมื่อคุณรู้ประวัติที่น่าหลงใหลของไพ่พนัน แล้วอยากจะไปเล่นเกมไพ่พนันแบบออนไลน์ก็ให้คลิกที่นี่  จากนั้นก็ไปเลือกเล่นได้ตามใจอยากเลยครับ  สามารถเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ว่างเมื่อไหร่ก็อย่าลืมแวะมาร่วมสนุกกับเกมไพ่พนันกันนะครับ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*