ปาเนนก้า

พบกับนักเตะระดับตำนานผู้เป็นต้นแบบการยิงจุดโทษสุดแปลกคนแรกของโลกที่คุณอาจจะยังไม่รู้จัก เขาคนนี้จะมีชื่ออะไรและท่ายิงจะเป็นยังไง ตามมาดูกันครับ

ประวัติส่วนตัว

ชื่อเต็มภาษาบ้านเกิด : Antonín Panenka

ชื่อภาษาไทย : อันโตนิน ปาเนนก้า

วันเกิด2 ธันวาคม ค.ศ.1948

อายุ : 69 ปี

สถานที่เกิด : เมืองปราก ประเทศเชกโกสโลวะเกีย

สัญชาติ : เชกโกสโลวะเกีย

ตำแหน่ง : กลางรุก ปัจจุบันเป็นประธานสโมสรโบฮีเมี่ยนส์

เส้นทางการค้าแข้งในสโมสร

จุดเริ่มต้นในเส้นทางวงการลูกหนังของเขาเริ่มในปี 1967  เขาเล่นในตำแหน่งกองกลางรุกให้กับทีมสโมสรโบฮีเมี่ยนส์ครับ โดยนี่เป็นเพียงสโมสรเดียวที่เขาเล่นให้นานที่สุดในเส้นทางอาชีพของเขาซึ่งเล่นไปทั้งหมด 230 นัด ยิงไปทั้งหมด 76 ลูก

ต่อมาในปี 1981 ปาเนนก้าก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมรราปิด เวียนนา สโมสรดังจากประเทศออสเตรีย ในเส้นทางการค้าแข้งในสโมสรนี้เขาได้มีโอกาสคว้าถ้วยแชมป์รางวัลของไปถึง 2 ถ้วยด้วยกัน อีกทั้งยังทำประตูไปได้ 63 ลูกจากการลงเล่นทั้งหมด 127 นัด

หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1985 หลังจากที่ทีมราปิด เวียนนาพลาดแชมป์ UEFA Cup ให้กับทีมเอฟเวอร์ตัน ปาเนนก้าก็ได้ย้ายไปเล่นไปให้กับทีม VSE St.Polten  เป็นจำนวน 2 ฤดูกาล และจึงย้ายลงไปเล่นในทีมสโมสรในลีกเล็ก ๆของประเทศครับ อันได้แก่ Sk Slovan Wien Asv Hohenau และจบด้วยที่สโมสร Kleinwiesendorf  ครับ

ปาเนนก้ากับท่ายิงลูกโทษในตำนาน

แฟนบอลหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ชื่อของเขาในปัจจุบันเป็นชื่อของท่ายิงลูกโทษที่เหล่านักเตะรุ่นน้องนิยมใช้กันมาถึงทุกวันนี้ โดยจุดกำเนิดของท่านี้ต้องขอย้อนกลับไปในระหว่างที่เขาแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติเลยครับ

ในปี ค.ศ. 1973 ปาเนนก้ามีชื่อเป็นหนึ่งในนักเตะตัวจริงของทีมชาติสโลวาเกียครับ เขาได้เล่นให้กับชุดทีมชาตินี้เป็นเวลาเกือบ 10 ปีเลยทีเดียว แต่เหตุที่ทำให้เขานั้นเป็นนักเตะตำนานเรื่องของการยิงจุดโทษนี้เกิดขึ้นที่รายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปี 1976 (UEFA 1976) ซึ่งทีมสโลวาเกียเป็นทีมที่ได้เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศโดยทำการแข่งขันกับทีมชาติเยอรมันอดีตแชมป์เก่าฟุตบอลยูโรของปี 1972

การแข่งขันในวันนั้นดูเหมือนแชมป์เก่าอย่างเยอรมันจะราบลื่นไปได้ด้วยดีที่ต้องมาชิงกับสโลวาเกียทีมที่พึ่งเข้ารอบสุดท้ายมาเป็นครั้งแรกหลังจากปี 1960  ในเวลา 90 นาทีทั้ง 2 ทีมสลับกันบุกและสลับกันยิง ซึ่งหลังจากจบ 90 นาที ทั้งสองทีมมีผลคะแนนที่เสมอกัน 2 -2 ทำให้ต้องตัดสินกันอีกครั้งด้วยการต่อเวลาพิเศษ

หลังจากการต่อเวลาพิเศษหมดลงไปทั้ง 2 ทีมยังคงมีผลเสมอกัน สุดท้ายการตัดสินจึงไปชี้ขาดที่การยิงจุดโทษ ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงจุดโทษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรอบชิงชนะเลิศรายฟุตบอลยูโรเลยครับ โดยนักเตะ 7 คนแรกของทั้งสองฝั่งที่ส่งลงมานั้นก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดียิงลูกบอลเข้าโกล์กันครบทุกคน

แต่เมื่อนักเตะคนที่ 8 ของทีมชาติเยอรมันลงมายิงจุดโทษแล้วดันซัดบอลแรงไปหน่อยทำให้บอลลอยเหินข้ามคานออกไปซึ่งก็ทำให้ความได้เปรียบไปตกอยู่ที่ทีมชาติเช็กสโลวาเกียทันที ในตอนนั้น อันโตนิน ปาเนนก้า เป็นนักเตะคนสุดท้ายที่จะต้องทำการเดินไปยิงจุดโทษแล้วเขาก็ได้ทำในสิ่งที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง

หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดของกรรมการ ปาเนนก้า ทำท่าทีวิ่งเร็วเข้าไปยิงบอล แต่เขาดันใช้ทักษะการยิงที่เหนือชั้น ปาเนนก้าชิพลูกบอลข้ามหัว เซปป์ ไมเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติเยอรมันเข้าไปอย่างนิ่ม ๆ ทำให้ทีมชาติเช็กสโลวาเกียคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 1976 ได้สำเร็จ และนับตั้งแต่นั้นมา เช็กสโลวาเกียก็ไม่เคยได้แชมป์อีกเลย

เมื่อการแข่งขันในเกมวันนั้นสิ้นสุดลง ปาเนนก้า ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่าง ๆว่าตนนั้นทุ่มเททั้งกายทั้งใจในการคิดและฝึกซ้อมท่ายิงแบบนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะเอาชนะผู้รักษาประตูโดยเฉพาะ ซึ่งตัวเขาเองก็ฝึกมาเรื่อย ๆและได้นำไปใช้ในรายการลีกเล็ก ๆและนัดอุ่นเครื่องต่าง ๆจนเมื่อมั่นใจว่าการยิงลูกโทษแบบชิพเบา ๆจะหลอกผู้รักษาประตูให้หลงทางและไม่สามารถกลับมารับกลางอากาศได้ตนจึงนำมาใช้ในศึกฟุตบอลยูโรปี 1976 นี้นั่นเองครับ

และนับตั้งแต่ที่มีลูกโทษแบบปาเนนก้าเกิดขึ้น มีนักเตะบิ๊กเนมหลายคนได้นำไปใช้ ไม่ว่าจะเป็น ซีเนดีน ซีดาน ฟรานเชสโก ต็อตติ ลีโอเนล เมสซี่ เนย์มาร์ อันเดรีย ปีร์โล และอื่น ๆอีกมากมาย ซึ่งก็ต้องขอบคุณเขาจริง ๆที่สร้างลูกยิงพิสดารตำนานแบบนี้ให้นักเตะรุ่นหลังรวมถึงเราได้ทำตามกัน

ก็จบไปแล้วนะครับกับนักเตะตำนานผู้สร้างลูกยิงจุดโทษสุดนิ่ม สำหรับใครที่ยังไม่เคยเห็นลูกยิงจุดโทษก้องโลกจากนักเตะเพลย์เมกเกอร์คนนี้ก็สามารถดูได้ที่ ย้อนรอยลูกจุดโทษในตำนานครับ ส่วนใครที่เป็นนักอ่านและอยากจะลองเป็นนักเสี่ยงโชคดูบ้างก็สามารถกดคลิกเข้าไปร่วมสนุกได้ที่นี่ครับ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*