กุนซือชื่อดัง “แกเร็ธ เซาธ์เกต”

วันนี้ผมขอนำทุกท่านพบกับเรื่องราวของอดีตนักบอลปราการหลังคนหนึ่งกับเส้นทางอาชีพโค้ชผู้ควบคุมทีมที่เขาไม่เคยคิดใฝ่ฝันอยากจะเป็นมาก่อน

ประวัติส่วนตัว

ชื่อภาษาอังกฤษ : Gareth Southgate

ชื่อภาษาไทย : แกเร็ธ เซาธ์เกต

วันเกิด :  3 กันยายน ค.ศ.1970

อายุ : 48 ปี

สถานที่เกิด : เมืองวัตฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

สัญชาติ : อังกฤษ

ตำแหน่ง : โค้ชผู้ควบคุมทีมชาติอังกฤษ

เส้นทางการค้าแข้งของแกเร็ธ เซาธ์เกต

แกเร็ธ เซาเกต เริ่มต้นการค้าแข้งอาชีพที่สโมสร Crystal Palace โดยก่อนนั้นเล่นที่ตำแหน่งแบ็คขวาและต่อมาเปลี่ยนมาเล่นตำแหน่ง กองกลาง ต่อมาในปี 1993 เขาได้อยู่ในตำแหน่งกัปตันทีม และหลังจบการแข่งขันในซีซั่นนั้นไป แอสตันวิลล่า ทีมสโมสรชั้นนำจากลอนดอนที่กำลังได้ขึ้นชั้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกนั้นมีความสนใจในตัวนักเตะกองหลังอังกฤษผู้นี้

ซึ่งก็แน่นอนว่าแอสตันวิลล่าจะต้องมีการปรับทัพและจัดเตรียมนักเตะใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แกเร็ธ เซาท์เกธก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่ทางสโมสรแอสตันวิลล่าต้องการให้เข้ามาป้องกันแนวรับของทีม จึงได้ซื้อตัว เขามาด้วยจำนวนเงิน 2.5 ล้านปอนด์มาในที่สุด อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเขาไม่ได้เซ็นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ว่าจะเล่นให้กับแอสตันวิลล่าเป็นเวลากี่ปี แต่เขาก็ได้เล่นให้กับแอสตันวิลล่าไปด้วยกันถึง 4 ซีซั่น ทั้งหมด152 นัดครับ

และในที่สุดสัญญาใบแรกที่เป็นทางการของแกเร็ธ เซาธ์เกตก็เกิดขึ้นที่สโมสรมิดเดิลสโบรซ์ ในขณะนั้นผู้จัดการทีมทได้ไปเสนอโอกาสดี ๆและข้อตกลงต่างๆให้กับตัวเขา ซึ่งเขาก็ได้ตัดสินใจเข้ามาเล่นในแนวรับของทีม และเนื่องด้วยตัวของแกเร็ธ เซาธ์เกตมีความเป็นผู้นำ เขาจึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าทีมและก็ได้พาทีมมิดเดิลสโบรซ์คว้าแชมป์ลีกคัพมาครองในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2004 ครับ

แต่แชมป์ในครานั้นก็ดันมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บแกเร็ธ เซาธ์เกต มีอาการเจ็บปวดหัวเขาอย่างรุนแรงเนื่องด้วยเอ็นหัวเข่ามีปัญหาหลังจากการลงแข่งขันซึ่งก็ต้องทำให้เขาต้องพักตัวไปแบบยาว ๆ ในระหว่างการรักษาพักตัวเขามีข่าวว่าจะย้ายไปเล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะเนื่องจาก ริโอเฟอร์ดินาน กองหลังตัวหอกของผีแดงกำลังอยู่ในการตัดสินเรื่องของสารเสพติดที่พบอยู่ในร่างกายครับ

อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงแค่ข่าวลือ เพราะหลังจากที่อาการหัวเข่าของเขาดีขึ้นเขาก็ยังคงลงเล่นให้กับทีมมิดเดิลสโบรซ์จนกระทั่งในปีที่ 2007 เขาได้ลงเล่นให้กับสโมสรเป็นแมทช์สุดท้าย ในเกมวันนั้นทีมมิดเดิลสโบรซ์พบกับสโมสรเซบีย่า ซึ่งเป็นทางมิดเดิลสโบรซ์พ่ายแพ้ให้กับทีมเซบีย่าไปด้วยสกอร์ 4 – 0 ในรายการยูฟ่าคัพรอบชิงชนะเลิศครับ

นอกจากทั้ง 3 สโมสรดังกล่าว แกเร็ธ เซาธ์เก็ต ยังมีชื่อติดอยู่ในนักเตะทีมชาติอังกฤษในชุดฟุตบอลโลกอีกด้วย เขาได้ลงเล่นฟุตบอลโลกให้กับทีมชาติอังกฤษในปี 1998 และรายการฟุตบอลยูโรในปี 2000 เป็นจำนวนทั้งหมด 57 นัดและทำประตูไปได้ทั้งหมด 2 ลูก เพื่อน ๆคนไหนอยากดูสถิติการยิงและผลงานอื่น ๆที่ผ่านมาของเขาก็ให้ตามไปชมได้ที่ ย้อนรอยกุนซือแกเร็ธ เซาธ์เกต

เส้นทางการทำงานในตำแหน่งโค้ช

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจากนักเตะมาเป็นโค้ชผู้ควบคุมทีมของแกเร็ธ เซาธ์เก็ตนั้นมาแบบกะทันหันมากครับ ในตอนนั้นสตีฟ แม็คคลาเรน ต้องละตำแหน่งจากโค้ชของทีมสโมสรโบโร่ไว้ก่อนเพราะเนื่องจากตนนั้นมีหน้าที่ต้องไปคุมนักเตะชุดทีมชาติด้วยความจำเป็น ซึ่งก็ต้องมอบตำแหน่งโค้ชนี้ให้กับทางแกเร็ธ เซาธ์เกตนั่นเอง

ในช่วงแรกๆนั้นผลงานของเขาไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่ อีกทั้งการที่ขึ้นมาเป็นโค้ชแบบกะทันหันก็ยังเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในวงการ เพราะไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ ซึ่งมันก็มีอิทธิพลต่อจิตใจเขาส่งผลทำให้ผลงานการควบคุมทีมนั้นไม่ค่อยจะไปได้ดีเสียเลย

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่เขาเป็นนายใหญ่สโมสรมิดเดิลสโบรซ์เขาพาทีมสโมสรตกชั้นอดไปรายการยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกแถมอันดับในลีกนั้นก็อยู่แต่ลำดับท้าย ๆตารางอีกด้วย และพอเข้าสู่ปีที่ 4 ได้ไม่กี่สิบแมทช์ แกเร็ธ เซาธ์เกตก็ดันถูกปลดออกจากทีมสโมสรไปโดยปริยาย

แต่นี่ก็ถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ดีไม่ใช่น้อย เพราะหลังจากที่ถูกปลดไปก็ไม่ใช่ว่าเขาจะท้อและหยุดทำในสิ่ง ๆนี้ เขายังคงทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับแผนการเล่นของทีมซึ่งก็ได้เปลี่ยนจากสโมสรไปดูแลนักเตะทีมชาติอังกฤษชุด 21 แทน จนกระทั่งในเดือนสิงหาคมปี 2013 เขาก็ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษอายุไม่เกิน 21 ปี เป็นเวลา 3 ปี

ในครั้งนี้เขาสามารถพิสูจน์ตัวเอง สร้างผลงานคุณภาพ จนกลับมาเป็นที่ยอบรับของแฟนบอลมาได้ครับ เขาพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์รายการ Toulon Tournament ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ถึงอย่างไรการกกลับมาเฉิดฉายของเขาก็ยังคงมีแฟนบอลบางส่วนที่มองว่าแกเร็ธ เซาธ์เกตยังไม่ค่อยเหมาะกับตำแหน่งนี้เพราะอายุยังน้อยและมองว่าโค้ชคนเก่าประสบความสำเร็จและสมควรคุมทีมมากกว่า

แต่ข้อกังกานี้ก็ไม่สามารถทำไรตัวเขาได้เขายังคงรักษาอันดับทีมให้ไม่ตกรอบและเข้าสู่รอบลึก ๆได้อยู่บ่อยครั้งอีกทั้งยังรับฟังความเห็นของแฟนบอลตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด จนในที่สุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน เจ้าตัวก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในชุดใหญ่เป็นเวลา 4 ปี

นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ยิ่งใหญ่และกะทันหันของแกเร็ธ เซาธ์เกตอีกครั้ง การที่เป็นกุนซือมาไม่กี่ปี่แล้วได้ขึ้นมาอยู่ ณ จุดที่ต้องมาคุมนักเตะชุดใหญ่อย่างนี้เจ้าตัวก็คงจะเป็นกังวลอยู่บ้างในช่วงแรก แต่จากผลงานการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมานี้ อังกฤษสามารถเอาชนะทีมใหญ่ ๆได้หลายทีมและก็เข้ามาอยู่ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายนี้ได้ ซึ่งมันก็ทำให้แฟนบอลอังกฤษหลายคนในตอนนี้เริ่มมั่นใจในตัวเขามากขึ้น

จากนี้เขาจะสามารถทำให้ทีมชาติอังกฤษนั้นไปไกลถึงรอบลึกอีกแค่ไหน เราก็คงต้องรอติดตามชมผลงานของเขากันต่อไปครับ สำหรับในวันนี้ผมก็ต้องขอลาเพื่อนๆ ไปก่อน สำหรับใครที่อยากสนุกกับการวิเคราะห์บอลขั้นเทพกับผู้ให้บริการดีๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*